วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

5 ข้อคิดจาก Mark Zuckerberg ที่จะทำให้คุณฮึดสู้กับฝันที่ยากจะไปถึง



Mark Zuckerberg หนึ่งในบุคคลอายุน้อยที่รวยที่สุดในโลก โดยภายในอายุ 23 เขาก็กลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนที่ Facebook เริ่มก่อตั้งขึ้น และจนถึงปัจจุบันนี้ เขาอายุ 35 ปี กับรายได้สุทธิของเขาที่มีมากถึง 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.1 ล้านล้านบาท 


Mark Zuckerberg สร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาตั้งแต่เขาเรียนอยู่ที่ฮาวาร์ด แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างเฟซบุ๊กอย่างจริงจัง เขาต้องการคิดค้นวิธีการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ ให้คนทั่วโลก และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เฟซบุ๊กก็กลายเป็นเว็บโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่นิยมมากที่สุดเช่นกัน โดยมีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนเกือบจะ 2 พันล้านแล้วนะ ซึ่งถือเป็นการเชื่อมต่อคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านวิธีการสื่อสารที่ไม่เคยมีมาก่อน 

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ" จากเด็กเร่ร่อน เด็กเก็บขยะ จนเป็นด๊อกเตอร์

       จากเด็กเหลือขอ เด็กเร่ร่อน เคยลักกินขโมยกิน ไม่ยอมเรียนหนังสือ อาศัยกินข้าวเหลือก้นจานตามร้านข้างทาง เดินเก็บขยะ เพื่อหาเศษเงินประทังชีวิต  จนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นอาจารย์สอนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  "ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ"



  ผลจากการที่ครอบครัวแตกแยก ภายหลังกลับกลายเป็น “ดอกเตอร์” สำเร็จปริญญาเอกสาขาเทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะ จาก Nippon Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่น ด้วยวัย 34 ปี “ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ” ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ย้อนชีวิตให้ฟังว่า ตอนเกิดก็มีพี่สาว 2 คน พี่ชาย 1 คน คือก่อนที่พ่อแม่จะมาเจอกัน ต่างฝ่ายต่างมีลูกมีครอบครัวกันมาก่อน ส่วนพี่น้องพ่อแม่เดียวกันก็มีตนเองและน้องสาวหนึ่งคน แล้วภายหลังพ่อแม่ก็แยกทางกัน ต่างฝ่ายต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่กันอีก เขาและน้องสาวอยู่กับแม่ และแม่ก็มีน้องชายอีกคน รวมพี่รวมน้องแล้วก็หลายคน แต่ตอนหลังก็เหลือกันเพียงพี่น้องรวม 4 คน คือมีพี่ชาย น้องสาว น้องชาย และ ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คนไทยนัก Illustrator โฆษณามือวางอันดับ 1 ของโลก

"สุรชัย พุฒิกุลางกูร" กรรมการผู้จัดการ บริษัท Illusion จำกัด นักรีทัชมือวางอันดับ 1 ของโลก ผู้ล่ารางวัลระดับภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก และอันดับ 1 ของวงการของ "รีทัชเชอร์" เมืองไทยมากว่า 18 ปี คร่ำหวอดอยู่ในโลกของการ "รีทัช" เขากำลังจะเล่าให้ฟังถึงเส้นทางกว่าจะเป็น "นักรีทัช" มือคุณภาพ จนได้รับการยอมรับเป็น 1 ใน 200 "Best Illustrators Worldwide by Archive" มีผลงานที่ผ่านมือมาแล้วมากกว่า 10,000 ชิ้น
 

"ทรงกลด บางยี่ขัน" ได้สัมภาษณ์ในหนังสือ a day ฉบับที่ 149 อย่างน่าสนใจ 
      "สุรชัย พุฒิกุลางกูร คือ นักคิดเขาเฝ้าสังเกตชีวิตและครุ่นคิดกับมันจนได้ทฤษฎีที่น่าสนใจหลายเรื่องทุกทฤษฎีล้วนจริง ง่าย สร้างแรงบันดาลใจ และเหมาะจะนำไปใช้งานใครกำลังสับสนกับชีวิต อยู่ใกล้ๆความคิดของเขาไว้ แล้วจะไม่หลงทาง "

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ความ “ล้มเหลว” นี่แหละคือ "ครู" ที่ดีที่สุด!! แนวคิด 5 ประการของ Bill Gates

   บลูมเบิร์กเผยผลจัดอันดับคนรวย"บิล เกตส์" ยังครองแชมป์มหาเศรษฐีโลกมีทรัพย์สิน 72,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลก เดือนกันยายน ปี 2556 โดยบลูมเบิร์ก มิลิแนร์ ระบุว่าบิล เกตส์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ยังคงรั้งแชมป์รวยที่สุดในโลก แม้มูลค่าทรัพย์สินจะลดลง 507.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 16,227 ล้านบาท จากเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยมีทรัพย์สิน 72,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2.3 ล้านล้านบาท ซึ่งร่ำรวยมาจากหุ้นไมโครซอฟท์ และทรัพย์สินของเขา 25% มาจากไมโครซอฟท์ 


1. “ความสำเร็จ เป็นครูที่ไม่ดี เพราะมันทำให้คนเก่งๆ หลายคน แพ้ไม่เป็น! ”
ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน การอ่อนน้อมถ่อมตนคือสิ่งที่สำคัญ เพราะความสำเร็จก็เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนไปตลอด คุณสำเร็จในวันนี้ แต่ตื่นขึ้นมาในวันถัดไป ทุกอย่างอาจจะหายวับไปกับตาก็เป็นได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ถึงแม้วันนี้ชีวิตคุณจะเปลี่ยน เพราะคุณประสบความสำเร็จ แต่อย่าให้มันเปลี่ยนแปลงตัวตนที่อยู่ภายในของคุณ คุณยังปฏิบัติต่อทุกคนรอบตัวเหมือนเช่นเดิม และรู้จักที่จะให้อะไรคืนสู่โลกที่คุณอาศัยอยู่บ้างการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือ เรียนรู้จากความล้มเหลว ไม่ใช่เรียนรู้จากความสำเร็จ เพราะฉะนั้น อย่าให้ความสำเร็จในวันนี้มาบังตาคุณ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"ต่อ ฟิโนมีน่า" ผู้กำกับโฆษณาคนไทยกับรางวัลระดับโลก Cannes Lions

    สุดยอดแนวคิดที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ จากคุณธนญชัย ศรศรีวิชัย (ต่อ ฟิโนมีน่า)ผู้กำกับโฆษณาคนไทยกับรางวัลระดับโลก Cannes Lions


   ในตอนนี้แม้ คุณต่อ ฟิโนมีน่า จะได้รับรางวัลระดับโลกมาหลายต่อหลายรางวัลแล้วแต่เค้าก็ยังให้คำบอกว่าการเรียนรู้ของเค้ายังไม่สิ้นสุด "ผมยังต้องดูหนังวันละ 3 เรื่อง อ่านหนังสือเยอะมาก โดยเฉพาะด้านธุรกิจ การตลาด นั่นเพราะงานโฆษณาจะต้องมีความรู้ด้านธุรกิจ การตลาดและการทำภาพยตร์ ซึ่งผมไม่ได้เรียนมาทั้งสิ้น รวมถึงศึกษาประวัติศาสตร์ ที่เป็นตัวกำหนดให้เกิดพฤติกรรมในปัจจุบัน เพื่อให้รู้รากเหง้าความคิดของคน ศึกษาจิตวิทยา ให้เข้าใจคนดู เรื่องพวกนี้เกี่ยวกับงานโฆษณาทั้งสิ้น จึงต้องอ่านให้มาก เรียนรู้ให้มาก "

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ขยันวันนี้ สบายวันหน้า ขี้เกียจวันนี้ ก็สบายวันนี้ เลย!!!!

    เป็นหัวข้อที่อาจจะดูน่ารังเกียจ หรือดูไม่ค่อยดีเท่าไรหากไม่ลองอ่านรายละเอียดหรือ ดูคลิปต่อไปนี้ให้เข้าใจว่าเจ้าของเนื้อหาเค้ากำลังอยากจะสื่อสารถึงอะไร ตั้งแต่เรายังเป็นเด็กๆเรามักจะได้ยิน หรือได้ฟังพ่อแม่ ครู อาจารย์ ผู้ใหญ่บอกอยู่เสมอว่า­าให้ขยันเรียน เมื่อเราถึงไว้ทำงานก็ต้องขยันทำงาน โดยเฉพาะผู้เป็นนายจ้าง เมื่อทำงานบางทีเราขยันไปเองโดยไม่ต้องมีใ­ครมาบอก ซึ่งเราอาจจะยังไม่เคยตั้งคำถามกันว่า " ทำไมเราต้องขยันกันขนาดนี้ หรือ ว่าตอนนี้ทำกำลังทำไปเพื่ออะไร และเรามีสิทธิ์ที่จะขี้เกียจกันบ้างไหม"

    

     ผมมีโอกาสได้ดูคลิปรายการวัฒนธรรมชุบแป้งทอดย้อนหลังตอน "เรามีสิทธิ์ที่จะขี้เกียจ" ก็รู้สึกอยากรู้เหมือนกันว่าทำไม "เรามีสิทธิ์ที่จะขี้เกียจ" ใครอยากไปสำรวจดูว่า ในสังคมปัจจุบัน ความขยันและความขี้เกียจมีหน้าตาเป็นอย่าง­ไร ความขยันและขี้เกียจเป็นเรื่องส่วนตัวจริง หรือ ทำไมเราจึงถูกสอนให้ขยันตลอดเวลา คนในสังคมอื่นขยันเหมือนเราหรือไม่ และทำไมคนบางคนถึงไม่มีสิทธิ์ที่จะขี้เกียจ

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สมองแห่งพุทธะ มุมมองวิถีแห่งพุทธจากโลกตะวันตกโดย "ริค แฮนสัน"

   ตั้งใจจะ update blog เรื่องพุทธะบ้างในช่วงที่เข้ากับเทศกาลออกพรรษาแต่ติดที่งานภาระกิจที่รัดตัวจึงหาเวลาและโอกาสที่จะนั่งหาเรื่องราวดีๆมาเก็บไว้เพื่อเป็น มุมมอง แนวคิด และแรงบันดาลใจ  ในวิถีแห่งพุทธบ้าง มีเรื่องราวที่เมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะ ที่เคยเจริญงอกงามในโลกของชาวตะวันออกอย่างชาวเอเชียจนในขณะนี้ดูเหมือนเจริญเติบโตจนเต็มที่ เหมือนรอวันร่วงโรย แต่กับเรื่องราวของพุทธะที่ได้รับรู้ว่ากำลังเติบโตและเบ่งบานในโลกตะวันตกแล้ว และหากการได้ฟังเรื่องพุทธศาสนาจากมุมมองของ ชาวตะวันตกอาจจะทำให้เราได้รับมุมมอง ประเด็น และวิธีคิดอันแตกต่างจากที่เราคุ้นเคย ดูแล้วก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าศึกษาและน่าสนใจไม่น้อย หากดูแล้วคิด วิเคราะห์ตามอาจจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นได้ รายการ "นิ้วกลม" ได้นำเรื่องราวแห่งพุทธะ จากซานฟรานซิสโก จาก คุณ " ริค แฮนสัน "  นักจิตวิทยา นักปฏิบัติธรรม และเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีหลายเล่ม


    อย่างเช่น Buddha’s Brain และ Just one Thing ที่ช่วยสร้างกระแสความสนใจพุทธศาสนาในหมู่ชาวตะวันตกอย่างกว้างขวางมานานหลายปีแล้ว  จุดเด่นหนังสือของริคคือ นอกจากตัวเขาเองจะเป็นนักจิตวิทยาแล้ว เขายังมีเพื่อนสนิทเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางด้านสมองและระบบประสาท ทำให้หนังสือที่ทั้งคู่เขียนร่วมกันเป็นการนำเอาประสบการณ์จากการปฏิบัติ ธรรมมาผสานกับความรู้ทางด้านสมองและระบบประสาท  ติดตาม  ชมคลิปที่น่าสนใจนี้กันครับ สำหรับ มุมมองของพุทธศาสนา จาก นักจิตวิทยา นักวิทยาศาสตร์ทางด้านสมองและระบบประสาท จากโลกตะวันตก "พื้นที่ชีวิต : สมองแห่งพุทธะ"

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557

นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ พิชิตโรคร้าย โดยไม่ใช้ยา

         หมอใหญ่วัยใกล้เกษียณที่ถูกโรคร้ายรุมเร้าถึง 6 โรค ทั้งโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ตับอักเสบรุนแรง และปริมาณเม็ดเลือดแดงมากเกินไป ซึ่งจากประสบการณ์ทางแพทย์ที่สั่งสมมา ทำให้เขารู้ว่า โรคร้ายเหล่านี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาด ทำได้เพียงกินยาเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น


แต่เมื่อเขานำศาสตร์ในการดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการค้นคว้าและทดลองปฏิบัติด้วยตัวเองมาใช้ ‘นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์’ กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลราชธานี โรงพยาบาลชื่อดังของจังหวัดอยุธยา และประธานกรรมการบริหารเวลเนสซิตี้ กรุ๊ป ก็ต้องพบกับความอัศจรรย์ว่า เขาสามารถขจัดโรคร้ายทั้ง 6 โรคได้ภายในระยะเวลาแค่ 4 เดือน

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

จากวินมอไซด์รับจ้างสู้ชีวิต สู่ BARISTA ชื่อดังระดับโลก!!!

         แรงบันดาลใจดีๆ จากคุณฉันท์ คำทองแท้ หรือ อาจารย์ปอ เซียนกาแฟ บาริสต้าไทย เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน Barista Championship ปี 2005 ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้บริหารร้านกาแฟ One Origin Coffee ที่ประเทศออสเตรเลีย 
     
 

        กระแสกาแฟ กำลังมาแรงทั้งไทยและทั่วโลก ร้านกาแฟถูกเลือกเป็นหนึ่งในช้อยส์ธุรกิจส่วนตัวที่มีผู้ต้องดำเนินกิจการ การมากสุดลำดับต้นๆ  แต่ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในแวดวงเครื่องดื่มประเภทนี้ได้ล้วนต้องอาศัย ประสบการณ์ ความขยัน และพรสวรรค์ส่วนตัว  วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าสัวแห่งวงการ BARISTA ที่ทั่วโลกต่างรู้จัก ว่ากันว่าเป็นที่สุดในความเชี่ยวชาญเรื่องฝีมือและรสชาติ กาแฟระดับโลก และยังเปิดสอนการชงกาแฟให้กับนักเรียนชาวไทย ชาวต่างประเทศที่ ซิดนีย์ ประเทศ ออสเตรเลีย และประเทศไทยอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

"8 ข้อคิดจากชีวิตของมหาเศรษฐีล้านล้าน Jack Ma"

          ในเวลานี้ผู้คนทั่วโลกล้วนกล่าวถึงเรื่องของ Jack Ma (แจ๊ค หม่า) มหาเศรษฐีล้านล้านผู้ก่อตั้ง Alibaba  บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ผลักดันวงการ E Commerce ของจีนให้เติบโต รุ่งเรือง และก้าวขึ้นสู่ระดับโลกได้จนเป็นที่กล่าวขวัญของคนในวงการในทั่วโลกอย่างกว้างขวาง


    Jack Ma (แจ๊ค หม่า) ผู้ฆ่ายักษ์ ในวันนี้  Alibaba ยักษ์ใหญ่ด้าน E Commerce จากจีน ได้เสนอหุ้น IPO ที่หุ้นละ 68 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนั่นผลักให้ Alibaba กลายเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า eBay, Twitter และ LinkedIn รวมกัน
          วันนี้ ทุกๆอณูชีวิตของ Jack Ma (แจ๊ค หม่า) จึงเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วโลกที่จะกล่าวถึงความเป็นมาและสิ่งที่ผลักดันให้เค้าประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ในการผลักดันความสำเร็จในชีวิตของผู้คนอีกมากมายทั่วโลก

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

วิถีแห่งสันโดษ วิถี "ผีบ้าแห่งปาย"

สันโดษ สุขแก้ว คือเจ้าของฉายา “ผีบ้าแห่งเมืองปาย” ด้วยการที่ในปัจจุบันนี้คนที่ทำตัว หรือมีแนวคิดที่แตกต่างจากคนอื่นๆในสังคม มักจะถูกเพ่งมองว่าแปลกหรือแตกต่าง เหมือนคนไม่ปกติอันเป็นธรรมดาเสียแล้วในสังคมเหมืองไทยการคิดอะไรแปลกๆ ทำอะไรแปลกๆ ชาวบ้านใกล้เคียง หรือชาวเมืองปาย ต่างเรียกเขาด้วยชื่อนี้  " สันโดษ ผีบ้าแห่งเมืองปาย "


ทั้งยังเป็นเจ้าของ “ไฮ่อุ๊ยต๋าคำปาย” โฮมสเตย์ที่ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างตัวอำเภอไปไม่ไกลนัก ซึ่งคำว่าไฮ่อุ๊ยต๋าคำปาย นั้น “ไฮ่” ก็คือไร่ “อุ๊ย” ก็คือคนแก่ในภาษาเหนือ ส่วน “ต๋าคำ” ก็คือชื่อพ่อของสันโดษนั่นเอง ที่นี่ไม่เพียงเป็นโฮมสเตย์สำหรับให้นักท่องเที่ยวมาพัก แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตที่พึ่งพิงธรรมชาติ ไม่พึ่งพาเทคโนโลยี มีการปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ไว้กินเอง สร้างบ้านด้วยตัวเองจากวัสดุธรรมชาติ และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ได้จากประสบการณ์จริง ด้วยความคิดและความตั้งใจของสันโดษ สุขแก้วคนนี้ 
หลากหลายเรื่องราว ทั้งมุมมองและประสบการณ์ ของ "ผีบ้าแห่งเมืองปาย" ผู้นี้มีแง่คิดและประเด็นที่น่าสนใจอยู่มากมายทั้งที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ก็คือวิถีชีวิตดั้งเดิมของบรรพชนเรานั่นเองแต่เมื่อแนวคิดหรือวิถีชีวิตแบบนี้ถูกนำมาใช้และบอกกล่าวให้คุณในยุคปัจจุบันได้รู้เห็นกลับถูกมองเป็นวิถีชีวิตที่แปลกและแตกต่างไป วิถีชีวิต "ผีบ้าแห่งเมืองปาย" จะเป็นเช่นไรลองดูกันในคลิปครับ....

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

ชีวิตมหาโจนชีวิตเรียบง่ายแบบโจน จันได

คุณโจน จันได้ มักจะพูดให้เราเห็นได้ง่ายๆว่า " ทุกวันนี้คนกว่าจะได้บ้านหลังหนึ่ง ต้องทำงานเก็บเงินเป็นยี่สิบสามสิบปี แสดงว่าแย่มาก อาหารก็แพงขึ้น และไม่มีความปลอดภัยเลย เราไม่รู้ว่าเขาเอาอะไรมาให้เรากิน "


การพัฒนาที่เป็นอยู่ ชีวิตที่คนทุกวันนี้เป็นอยู่เป็นสิ่งที่หาสาระไม่ได้เลย เราทำไปด้วยความงมงาย ด้วยความไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำชีวิตให้ยากขึ้นๆ ๆ ๆ จนลืมไปว่าชีวิตเกิดมาทำไม ครอบครัวเป็นยังไง มีความสำคัญยังไง ธรรมะคืออะไร ความสุขเป็นยังไง ไม่มีใครสอนเลย คนมีแต่ซื้อๆๆๆ เพื่อให้มีความสุข แต่ความจริงเป็นอย่างนั้นมั้ย? “คนบอกว่าอยากมีเสรีภาพ ต้องมีโทรศัพท์มือถือ ต้องมีอะไรมากมาย และจะมีเสรีภาพอย่างที่เขาโฆษณา แต่ความจริงมันคือเสรีภาพจริงๆ มั้ย? มนุษย์ต้องหาเงินเป็นแสนเป็นล้านเพื่อให้มีบ้านสักหลัง ขณะที่ นก หนู สามารถทำรังได้ในวันเดียว

 “เมื่อมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดในโลก แต่ทำไมเราทำในสิ่งที่โง่ที่สุด”

โจนบอกว่ามันผิด ถ้ายากแสดงว่ามันผิด ชีวิตแบบมหาโจน (โจน จันได) ที่ว่ากันว่าเรียบง่ายและสงบสุขที่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครมาแล้วหลายๆคน บ้างก็เอาเป็นแบบอย่าง บ้างก็เอาดูไว้เป็นข้อคิดปรับเข้ากับวิถีชีวิตตนเอง คลิปต่อไปนี้เราลองมาดูการถ่ายทอดความคิดของเขากันอีกสักครั้งว่าจะเป็นอย่างไร....

วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

อ.เดชา ศิริภัทร คนไทยตัวอย่าง


“อ.เดชา ศิริภัทร” ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “อาจารย์เดชา” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิข้าวขวัญ และ โรงเรียนชาวนา ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับชาวนามาตั้งแต่เกิด  “จะอุทิศตนเองและการทำงานขององค์กรเพื่อทำงานใช้หนี้บุญคุณของชาวนาตราบจนบั้นปลายของชีวิต” ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เหมาะสมกับท้องถิ่น พัฒนาพันธุกรรมข้าวและพืชพื้นบ้าน


“มูลนิธิข้าวขวัญ” ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าว และระบบการปลูกข้าวที่ถูกที่วิธี ให้ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำ และปลอดสารเคมี ชาวนาที่ทำตามวิธีของมูลนิธิข้าวขวัญได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้เป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาทำนา 2 คน คือ ชัยพร พรหมพันธุ์ ปี 2538 และทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ปี 2549
ที่สำคัญกว่ารางวัลเกษตรกรดีเด่นคือ ทำให้ชาวนาที่เคยยากจน กลายเป็นชาวนารวย “ชัยพร พรหมพันธ์” คือตัวอย่างที่ชัดเจนและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางผ่านสื่อต่างๆ มากมาย แต่ทำไมชาวนาจำนวนมากไม่ยอมเปลี่ยนวิถีการทำนาให้ถูกวิธีตามวิถีของมูลนิธิข้าวขวัญ ทั้งที่เห็นชัดเจนว่า ทำแล้วชีวิตมั่นคงขึ้น
อะไรคือปัญหาหรืออุปสรรคที่ชาวนาไม่ยอมเปลี่ยนวิถีการทำนาให้ถูกต้อง และนโยบายของรัฐบาลที่ทำกันมาตลอดทำไมยังแก้ปัญหาความยากจนของชาวนาไม่ได้สักที
คำถามต่างๆ ดังกล่าวหาคำตอบจาก “เดชา ศิริภัทร” ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “อาจารย์เดชา” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิข้าวขวัญ และ โรงเรียนชาวนา ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับชาวนามาตั้งแต่เกิด
ติดตามชมได้จากคลิปรายการปราชญ์เดินดิน คุณครูชาวนา "อ.เดชา ศิริภัทร"

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

" แกะดำทำธุรกิจ " คิดให้เป็น แกะดำ

คน ที่เป็นแกะดำต้องกล้าทำสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำคือ Invent the rules เราคือคนสร้างกฏ แล้วคนอื่นต้องเล่นเกมส์ ตามกฏที่เราสร้างขึ้นมา หลักการแกะดำมีอยู่หลายข้อ แต่ที่สำคัญมีอยู่สองข้อ
หนึ่ง Observe the mass and do the opposite
สอง Always look for opportunity where both parties benefit

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์

ประเสริฐเป็น Strategist และนักคิด ที่สนใจแนวคิด Contrarian thinking เขานำวิธีคิดนี้มาสร้างบริษัท Brand Connections จากความไม่มีอะไรจนกลายเป็น Media agency ของคนไทยที่ใหญ่ที่สุดด้วยบิลลิ่ง กว่า 1,700 ล้านบาท
ประเสริฐร่วมก่อตั้งบริษัทแกะดำทำธุรกิจด้วยเป้าประสงค์ที่ต้องการ เปลี่ยนแปลงประเทศไทย โดยใช้จุดแข็งของเขาที่เป็น Contrarian strategist ช่วยผู้ประกอบการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มาทำธุรกิจบนความคิดสร้างสรรค์ เป็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รากฐานของการทำธุรกิจเพื่อสร้างความเติบโตอย่างก้าว กระโดด"

 

 

นฤมล บุญทวีกิจ

นฤมลเป็น Strategist และนักการตลาดที่เชื่อในพลังของความเป็นอิสระในการคิดและการ กระทำ ทำให้เธอร่วมก่อตั้งบริษัทแกะดำทำธุรกิจ เพืึ่อที่จะช่วยผู้ประกอบการปลดล็อคตนเองให้มาทำธุรกิจบนความคิดริเริ่มและ ความคิดสร้างสรรค์ นฤมลเป็นนักคิดและนักปฏิบัติ นำด้วย Strategy ให้สอดรับกับงาน Operation เธอใช้จินตนาการผสมผสานกับตรรกะช่วยลูกค้าเพิ่มยอดขายในระยะสั้นพร้อมวางเสา เข็มให้กับธุรกิจในระยะยาว โดยเป็นคู่คิดที่หาเส้นผมบังภูเขาเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเขียนโมเดลของธุรกิจให้การธุรกิจโตแบบมีรากแก้ว
เธอร่วมกับประเสริฐทำ Workshop พร้อมมีส่วนร่วมกับประเสริฐในงานเขียนหนังสือ Series แกะดำ"

สำหรับผู้สนใจรายละเอียด "แกะดำทำธุรกิจ" กดดูคลิปได้จากรายการ "รายการคนวงใน" ครับ

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ แบบ ถูกวิธี


เพราะยุคนี้เป็นยุคดิจิตอล จึงทำให้การทำงานต่างๆ ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์ช่วยในการทำงานเป็นหลัก ด้วยความสะดวกสบายนี้จึงทำให้หลายคน โดยเฉพาะหนุ่มสาววัยทำงานที่มีมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ เพื่อต้องการเคลียร์งานให้เสร็จ


แต่ หารู้ไม่ว่าการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ เกิน 1 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลัง ก้นกบ สะโพก และขาเกร็ง รวมไปถึงข้อ เส้นเอ็น และอวัยวะภายใน ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามมา

ดร.แพทริก อิริคสัน ไคโรแพรคเตอร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำคลินิกกายภาพบำบัดดีสปายน์ ไคโรแพรคติก กล่าวว่า อาชีพที่เสี่ยงเป็นโรคปวดหลังมากที่สุดก็คือ นักกราฟฟิกดีไซน์ พนักงานคีย์ข้อมูล และนักบัญชี ซึ่งบุลคลเหล่านี้มักใช้เวลานั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน บางครั้งถึงกับข้ามคืนเลยก็มี ที่แย่ไปกว่านั้นยังมีวิธีการนั่งแบบผิดลักษณะท่าทาง
นอกจากนั้นยัง มีการใช้เก้าอี้ไม่ตรงกับสรีระจึงทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมาได้ ซึ่งการปรับเก้าอี้ จัดวางคอมพิวเตอร์ และจัดองค์ประกอบต่างๆ จะช่วยทำให้การนั่งทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นลองทำตามคำแนะนำในคลิปนี้กันนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

การบริหารสมองเป็น 2 เท่า ด้วย Brain Activation


การบริหารสมอง หมายถึง การบริหารร่างกายในส่วนที่สมองควบคุมโดยเฉพาะกลุ่มเส้นประสาท Corpus Callosum ซึ่งเชื่อมสมอง 2 ซีกเข้าด้วยกันให้ประสานกัน แข็งแรงและทำงานคล่องแคล่วอันจะทำให้การถ่ายโยงข้อมูลและการเรียนรู้ของสมอง 2 ซีกเป็นไปอย่างสมดุลเกิดประสิทธิภาพและยังช่วยให้เกิดความผ่อนคลายความตึง เครียด ทำให้สภาพจิตใจเกิดความพร้อมที่จะเรียนรู้ เกิดความจำทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีอารมณ์ขันเพราะคลื่นสมอง (Brain Wave) จะลดความเร็วลงคลื่นเบต้า (Beta) เป็น อัลฟา (Alpha) ซึ่งเป็นสภาวะที่สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

1.การบริหารปุ่มสมอง
ใช้ มือขวาวางบริเวณที่ใต้กระดูกคอและซี่โครงของกระดูกอก หรือที่เรียกว่าไหปลาร้าจะมีหลุมตื้นๆ บนผิวหนังใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ คลำหาร่องหลุ่มตื้นๆ 2 ช่องนี้ซึ่งห่างกันประมาณ 1 นิ้วหรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายของแต่ะละคนที่มีขนาดไม่เท่ากัน ให้นวดบริเวณนี้ประมาณ 30 วินาที และให้เอามือซ้ายวางไปที่ตำแหน่งสะดือ ในขณะที่นวดปุ่มสมองก็ให้กวาดตามองจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้ายและจากพื้นขึ้นเพดาน

ประโยชน์ของการบริหารปุ่มสมอง
-เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองให้ดีขึ้น
-ช่วยสร้างให้ระบบการสือสารระหว่างสมอง 2 ซีกที่เกี่ยวกับการพูด การอ่าน การเขียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปุ่มขมับ
1.ใช้นิ้วทั้งสองข้างนวดขมับเบาๆวนเป็นวงกลม ประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที
2.กวาดตามองจากซ้ายไปขวา และจากพื้นมองขึ้นไปที่เพดาน

ประโยชน์ของการนวดปุ่มขมับ
-เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนการมองเห็นให้ทำงานดีขึ้น
-ทำให้การทำงานของสมองทั้ง 2 ซึก ทำงานสมดุลกัน



 ปุ่มใบหู
1.ให้นิ่วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จับที่ส่วนบนสุดด้านนอกของใบหูทั้ง 2 ข้าง
2.นวดตามริมขอบนอกของใบหูทั้ง 2 ข้างพร้อมๆกันให้นวดไล่ลงมาจนถึงติ่งหู
เบาๆ ทำซ้ำหลายๆครั้ง ควรทำท่านี้ก่อนอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความจำและมีสมาธิมากขึ้น
ประโยชน์ของการนวดใบหู
-เพื่อกระตุ้นเส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงสมองส่วนการได้ยินและความจำระยะสั้นให้ดีขึ้น
-สามารถเพิ่มการรับฟังที่เป็นจังหวะได้ดีขึ้น


วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

ข้อคิดจากแมลงวัน...


กาลครั้งหนึ่งนานแค่ใหนก็ไม่มีใครรู้........

มีแมลงวันตัวหนึ่ง บินอย่างซุกซนแล้วหลงเข้าไปในรถยนต์ จากนั้นรถยนต์ก็ปิดหน้าต่างกระจก ประตู และแล่นไปตามถนน...

แมลงวันเห็นเช่นนั้นก็หาทางออกจากรถยนต์ จึงบินออกทางหน้ากระจกรถยนต์ แต่ก็พบว่าติด ไม่สารมารถออกได้

มัน ได้ใช้ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า ชนแล้วชนอีกกับกระจกหน้ารถยนต์ แต่ก็ไม่สามารถออกได้เสียที แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นต่อไปเพราะเชื่อว่าเป็นทางออก เพราะแสงสว่างส่องมาจาก ทางนี้ แมลงวันจึงคิดว่าทางที่มีแสงส่องคือทางออกเท่านั้น....

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

การตั้งเป้าหมายชีวิตแบบสมคิด ลวางกูร


สมคิด ลวางกูร กับเจ้าของฉายา "คนสุดขีด คิดสุดขอบ" ชายหนุ่มผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว เคยขึ้นถึงจุดสูงสุดของชีวิตและ ก็เคยลงถึงจุดต่ำสุดของชีวิตหลายครั้งหลายครา เคยแม้กระทั่งไม่มีเงินเหลือติดตัว จนกระทั่งวันนี้เค้ามีพร้อมทุกอย่าง เค้าตั้งเป้าหมายชีวิตของเค้าอย่างไร ??
ติดตามดูได้จากคลิป "การตั้งเป้าหมาย สมคิด ลวางกูร"

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บันได 5 ขั้นสู่ชีวิตใหม่ที่มีค่าและเป็นสุข

 บันไดขั้นที่ 1 มองตัวเองว่าดีและมีค่าทุกวัน 
ใน แต่ละวันให้นึกถึงความดี และความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วยการตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเอง และนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ให้นึกถึงความดีของตนเอง ที่เคยทำมาแล้วในอดีต (ที่ สามารถนึกได้ง่ายๆ) เช่น เคยทำบุญ เคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ คิดว่าตัวเองดี และมีคุณค่าที่ได้เคยทำสิ่งดีๆ และให้นึกซ้ำๆ จะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจ และเชื่อว่าตัวเองมีความดี ความเก่ง ตามความเป็! นจริงในขณะนั้นด้วย คุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่ และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป และต้องอวยพรตัวเองเสมอๆ อย่าแช่ง หรือตำหนิตัวเอง และอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณ ซึ่งมักจะไม่ได้ดั่งใจ หรือได้มาก็ไม่สมใจ

บันไดขั้นที่ 2 มองคนอื่นดี มองโลกในแง่ดี
ขั้น นี้คุณจะต้องมองว่า ทุกๆ คน มีขีดจำกัดของความสามารถ ความดี ความเก่งกันทุกคน ตามความเป็นจริงของเขา ซึ่งไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกันเลย ส่วนความไม่ดี หรือไม่เก่งของเขา (ซึ่ง มีกันทุกคน) ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไป ให้มองเฉพาะส่วนที่ดีของเขาเท่านั้น ถ้าคุณทำได้เช่นนี้ คุณก็จะเป็นคนที่มองอนาคต และชีวิตดี มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลา สองสิ่งนี้ ถ้ าคุณทำเป็นนิสัย คุณจะพบว่า โลกนี้มีสิ่งที่ดีๆ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆ และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสุขนิยมทั้งชีวิต 

บันไดขั้นที่ 3 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
 คือ การอยู่กับปัจจุบัน ทำกิจกรรมในวันนี้และเวลานี้ให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทุกข์ร้อน หรือคาดหวังกับผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะสมใจ หรือไม่สมใจก็ตาม จงชื่นชมในความตั้งใจ ทำเต็มความสามารถของตนเอง และคิดต่อว่า ในอนาคตจะต้องทำให้ดีกว่านี้ นอกจากนั้น คุณต้องเลิกจดจำ หรือนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดกับคุณในอดีต เพราะการจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีต เท่ากับคุณไปสะกิดแผลในใจ และจะทำให้คุณเจ็บป! วดมากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันคุณไม่มีความสุข และกลัวว่าอนาคตจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีซ้ำๆ อีก

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ตำราชีวิตประจำวัน By สุทธิชัย หยุ่น‏

สูตรนี้ว่าเป็น Lifebook หรือเป็นตำราแห่งชีวิต
๑. ดื่มน้ำให้มาก
๒. กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น,ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่ยง และตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มีอะไรจะกิน...สุขภาพจะเป็นอย่างเทวดาทีเดียวเชียวแหละ)
๓. กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
๔. ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E...นั่นคือ energy หรือพลังงาน, enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ
๕. หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
๖. เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย
๗. อ่านหนังสือให้มากขึ้น..ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
๘. นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
๙. นอนวันละ 7 ชั่วโมง
๑๐. เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะดวก, ไม่ต้องเครียดกับมัน, วันไหนไม่ได้เดิน, ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน
๑๑. ระหว่างเดิน, อย่าลืมยิ้ม

นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ, หากทำเป็นกิจวัตร,
ชีวิตก็จะแจ่มใส,แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิดถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่วางกำหนดเวลาของตนเอาไว้ วันนี้ทำไม่ได้, พรุ่งนี้ทำก็ได้ แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไปไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง, ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน